B&O Product เก่า
B&O Hyperbo 5 RG Steel

ในปี 1934

Hyperbo 5 RG Steel

ออกแบบโดย Bang & Olufsen สินค้าชิ้นแรกที่เราได้ออกแบบ เปรียบเสมือนเป็น Furniture ชิ้นเอกที่สามารถส่งเสียงได้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำของยุคสมัยและเป็นการออกแบบแห่งประวัติศาสตร์ในยุคสมัยนั้น ซึ่งทั้งหมดได้รับแรงบันดาลใจมากจากการเคลื่อนไหวของ Bauhaus และโต๊ะ Marcel Breuer ของผู้ก่อตั้ง Peter Bang

ในปี 1939

Beolit 39

คือวิทยุรุ่นแรกจาก Bang & Olufsen นั้นทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างของ Beo วิทยุ bakelite นวัตกรรมรูปทรงดั้งเดิมได้รับแรงบันดาลใจจากแดชบอร์ดของ Buick เพื่อเป็นเกียรติแก่นักออกแบบที่แท้จริง ชื่อของลำโพงรุ่นนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ Bang & Olufsen เปิดตัวลำโพง  On-the-go ในปี 2012 ด้วยรุ่น Beolit 12

B&O Beolit 39
B&O ทีวี Beovision Capri TV

ในปี 1959

Beovision Capri TV

ทีวีขนาด 17 นิ้ว ที่ทำจากไม้ มาพร้อมกับขาตั้งได้ถูกออกแบบมาให้เป็นหนึ่งในทีวีจาก Bang & Olufsen แสดงออกถึงภาพลักษณ์และความทันสมัยสไตล์ Danish โดดเด่นด้วยขาตั้งที่ยาว มุมโค้งมนและหน้าจอสีเทาที่เอียงเล็กน้อย เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ Bang & Olufsen ที่จะนำคุณเข้าสู่รูปลักษณ์ที่เรียบง่ายยิ่งขึ้น

ในปี 1972

Beogram 4000

นี่คือสุดยอดแลนด์มาร์คทางเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ออกแบบโดย Jacob Jensen เครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีความโดดเด่นในเรื่องการใช้ tone-arm แบบใหม่ ให้เสียงใกล้เคียงจากห้องอัดไว้ ด้วยระบบกันสะเทือนที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ Beogram 4000 “Dance Proof” ได้มากกว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงอื่นๆในท้องตลาด Beogram 400 ได้รับการคัดเลือกให้นำไปจัดแสดงในคอลเลคชันการออกแบบที่ MoMa มิวเซียม เนื่องจากมีพื้นผิวไม้สักและอลูมิเนียมที่สวยงาม รวมทั้งมีฟังชั่นการทำงานที่ล้ำหน้า

B&O Beogram 4000
B&O Beomaster 1900

ในปี 1976

Beomaster 1900

เครื่องรับวิทยุและแอมพลิฟายเออร์นี้ออกแบบโดย Jacob Jensen ซึ่งได้ก้าวข้ามขีดจำกัดใหม่ด้วยการท้าทายอุตสาหกรรมด้วยการเปิด-ปิดที่ไวต่อการสัมผัส เป็นฟังก์ชันหลักที่เข้าถึงได้ทันทีเมื่อเทียบกับความสามารถเสริมที่ซ่อนอยู่ Beomaster 1900 ได้รับรางวัล ID Award ในปี 1976 และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงที่ MoMa มิวเซี่ยม

ในปี 1984

Beovox CX 100

ลำโพง Passive แบบคลาสสิกนี้ออกแบบโดย Jacob Jensen เป็นหนึ่งในลำโพงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Bang & Olufsen ผลิตจนถึงปลายปี 2003 เป็นการออกแบบที่เรียบง่ายด้วยอะลูมิเนียมและผ้าสีดำ แต่กลับให้ทั้งความเป็นอมตะและคลาสสิกไปพร้อมๆกัน

B&O Beovox CX 100
B&O Beovision MX 2000

ในปี 1985

Beovision MX 2000

Beovision MX2000 ออกแบบโดย David Lewis เป็นโทรทัศน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรูปลักษณ์ที่สะดุดตาเนื่องจากมีหน้าจอคอนทราสต์สูง และยังมีระบบเสียงสเตอริโอ ค้นหาช่องอัตโนมัติ และรีโมทคอนโทรลที่ล้ำสมัย และเป็นการออกแบบทีวีด้วยรูปทรงเอนหลังบนพื้นหรือโต๊ะ

ในปี 1986

Beocenter 9000

เครื่องบันทึกเทป เครื่องเล่นซีดี และวิทยุนี้ออกแบบโดย Jacob Jensen และได้รับการพัฒนามาจาก Beomaster 1900 ของนักออกแบบคนเดียวกัน พื้นผิวอะลูมิเนียมและกระจกที่สะท้อนแสง ตลอดจนช่องสัมผัสของแผงกระจก และคุณสมบัติลับที่จะโชว์ออกมาก็ต่อเมื่อ ซีดีหรือเทปถูกเปลี่ยน ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้มีความล้ำสมัยเป็นอย่างมาก

B&O Beocenter 9000
B&O เครื่องเล่นแผ่น BeoSound 9000

ในปี 1996

Beosound 9000

ออกแบบโดย David Lewis ที่สุดของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ด้วยกระบวนการผลิตของ Bang & Olufsen ทำให้เครื่องเล่นแผ่นซีดี 6 แผ่น สามารถเปลี่ยนเพลงจากแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งได้เร็วที่สุดในโลก เทียบได้กับว่าวิ่ง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.5 วินาที ไม่ต่างกับรถสปอร์ตในปัจจุบัน

ในปี 1998

Beocom 6000

โทรศัพท์ไร้สายเครื่องนี้ออกแบบโดย Henrik Sørig Thomsen มีรูปทรงโค้งมน มีรูปทรงฐานวางที่ล้ำสมัย ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมกับฐานชาร์จที่สามารถติดตั้งบนผนังหรือบนโต๊ะก็ได้

B&O BeoCom 6000
B&O เครื่องเล่นแผ่น BeoSound 3200

ในปี 2003

Beosound 3200

เมื่อเปิดตัวครั้งแรกในช่วงปี 1990 เครื่องเล่นวิทยุและซีดีในตำนานนี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ BeoSound Ouverture ได้รับการออกแบบโดย David Lewis และเปิดตัวยุคใหม่แห่งการออกแบบ โดยเน้นที่การทำงานของเครื่อง ความสามารถในการเล่นซีดีในแนวตั้ง ถือเป็นครั้งแรกของโลก ทำให้วางอุปกรณ์ไว้บนผนังได้ ด้วยการโบกมือ ประตูกระจกจะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

ในปี 2012

Beoplay A9

ออกแบบโดย Øivind Alexander Slaatto สุดยอดระบบเสียงทรงพลังและสมบูรณ์แบบรุ่นนี้ เป็นลำโพงที่สามารถลิงค์เสียงไปยังห้องต่างๆได้หลายห้อง ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ประดับด้วยผ้าสวยงาม ขอบอะลูมิเนียม และขาไม้ สามารถปรับเปลี่ยนการจัดวางเพื่อให้เข้ากับทุกห้อง

B&O ลำโพง Beoplay A9 Black
B&O ลำโพง Beoplay A2

ในปี 2015

Beoplay A2

ลำโพงพกพารุ่นนี้ออกแบบโดย Cecilie Manz มีน้ำหนักเพียง 1.1 กก. เท่านั้น ได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและพกพาสะดวกโดยไม่ลดทอนคุณภาพเสียง ลำโพงประกอบด้วยอลูมิเนียมอัดขึ้นรูป มีสายหนังคุณภาพสูงเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบาย และกระจายเสียงจากทั้งสองด้าน

ในปี 2016

Beoplay A1

ตั้งใจดีไซน์ลำโพงให้เป็นรูปทรงกระบอกแบนตั้งแต่ขั้นตอนแรก ก็เพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วและพกพาได้ง่าย เราอยากให้คุณรู้สึกถึงความสบายมือเวลาถือ หรือแม้แต่จะพกใส่กระเป๋าของคุณ จะห้อยหลวมๆที่กระเป๋าก็เป็นเรื่องง่ายๆ สามารถใช้งานได้ทุกวัน

B&O ลำโพง Beosound A1 Silver
ลำโพง Beosound Edge

ในปี 2018

Beosound Edge

ออกแบบโดย Michael Anastassiades Beosound Edge มีลักษณะเป็นวงกลมเรียบง่าย มินิมอล ออกแบบมาเพื่อการสัมผัสและการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ให้คุณภาพเสียงอย่างไร้ที่ติ มาพร้อมสุดยอดนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเป็นตัวแรกของโลก สามารถค่อยๆกลิ้งเพื่อเพิ่มเสียง-ลดเสียง และเมื่อเปิดเสียงดังถึงจุดๆหนึ่ง Active Bass จะทำงานอัตโนมัติ

ในปี 2019

Beovision Harmony

ออกแบบโดย Torsten Valeur ให้ประสบการณ์ภาพและเสียงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยนวัตกรรมที่หลอมรวมเข้าเข้าด้วยกันระหว่างภาพและเสียง การออกแบบที่เน้นผู้ชมเป็นศูนย์กลาง ทั้งงานฝีมือและการออกแบบผสานเข้าด้วยกัน ประดับด้วยด้วยไม้ Oak ด้านหน้าสลับกับอะลูมิเนียม

B&O ทีวี Beovision Harmony
B&O หูฟัง Beoplay H95 Black

ในปี 2020

Beoplay H95

95 ปี แห่งการสั่งสมประสบการณ์ด้านงานฝีมือ สรรสร้าง Beoplay H95 ด้วยความใส่ใจในทุกๆรายละเอียด สามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างแม่นยำ ตัวเครื่องถูกออกแบบและใช้วัสดุที่ดีที่สุด อะลูมิเนียมให้สัมผัสเรียบเนียน โพลีเมอร์เกรดพรีเมี่ยม และหนังนุ่มพิเศษสร้างความรู้สึกหรูหราอย่างแท้จริง