BANG & OLUFSEN (B&O)

B&O Founder ผู้ก่อตั้ง
B&O logo bang olufsen

Bang & Olufsen (B&O) แบรนด์เครื่องเสียง ลำโพง ทีวี ระดับไฮเอนด์ของเดนมาร์ก ก่อตั้งขึ้นในปี 1925 โดยวิศวกร 2 ท่าน Peter Bang และ Svend Olufsen

Peter Bang (1900–1957) หลังจากจบการศึกษาในสาขาวิศวกรในปี 1924 เขาใช้เวลา 6 เดือนในการทำงานในโรงงานวิทยุของสหรัฐอเมริกา เมื่อเขากลับไปเดนมาร์กเขาได้ร่วมมือกับเพื่อนของเขา Svend Olufsen (1897–1949) ซึ่งพวกเขาได้ใช้ห้องใต้หลังคาในบ้านของพวกเขาใน Struer เมือง Jutland เป็นที่ทำงาน พวกเขาเปิดธุรกิจอย่างเป็นทางการในปี 1925 Peter Bang ดูแลในเรื่องของเทคโนโลยี ในขณะที่ Svend Olufsen จัดการเรื่องธุรกิจ และประสบความสำเร็จมากมาย

 

ในช่วงทศวรรษที่ 1930 และ 1940 ขณะนั้นสินค้าหลักๆของ B&O คือ ระบบบันทึกเสียงสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ลำโพงติดหลังคาสำหรับละครสัตว์ ยานพาหนะของกองทัพและวิทยุ โดยมี Beolit ​​39 เป็นวิทยุแบบตู้ไม้เป็นรุ่นที่มีชื่อเสียงมาก

 
B&O 1930 วิทยุ
B&O 1990 ร้าน store

ในช่วงทศวรรษที่ 1990 Bang & Olufsen ได้เปิดร้านค้า โดยขายให้กับผู้ใช้โดยตรงแทนที่จะขายผ่านร้านค้าปลีก เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น และหลังจากนั้น Bang & Olufsen Shop ก็ได้เพิ่มสาขา และกระจายไปอยู่ทั่วทุกมุมโลกมาถึงปัจจุบัน

ในปี 2003 Bang & Olufsen ได้เปิดตัวลำโพง Beolab 5 ซึ่งเป็นลำโพงเรือธงที่ใช้การประมวลผลแบบ DSP เพื่อปรับการตอบสนองความถี่ให้เข้ากับห้องและตำแหน่งที่วางไว้ ไดรเวอร์เสียงกลางและเสียงแหลมใช้ Acoustic lens technology ที่พัฒนาโดย Manny LaCarrubba ของ Sausalito Audio กระจายเสียงแบบ 180 องศา เพื่อให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด ไม่ว่าผู้ฟังจะอยู่จุดไหนของห้อง เอาชนะข้อจำกัดช่วงทิศทางของไดรเวอร์เสียงกลางและเสียงแหลม จุดเด่นคือการป้องกันเสียงรบกวนของการสะท้อนจากเพดานและพื้นของคลื่นเสียงก่อนถึงผู้ฟัง และในปี 2007 Bang & Olufsen ก็ได้รับสิทธิในการขาย Acoustic lens technology แต่เพียงผู้เดียว

 

ในปี 2008 Bang & Olufsen ได้เริ่มพัฒนาโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่น MP3 และเครื่องเสียง Stand alone เช่น DVD2 และ HDR2 และมุ่งเน้นไปที่จุดแข็งแบบดั้งเดิม นั่นคือผลิตภัณฑ์ลำโพงและเครื่องเล่นวิดีโอคุณภาพสูง ตลอดจนระบบเสียงสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์

 
B&O 2008

ในปี 2015 Bang & Olufsen จับมือกับ HP Inc.

และประกาศว่า Bang & Olufsen จะกลายเป็นพันธมิตรด้านเสียงระดับพรีเมียมรายใหม่ของบริษัท สำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ทำให้ Bang & Olufsen กลายเป็นบริษัทเครื่องเสียงที่อยู่ในชีวิตประจำวันของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น

 
B&O 2003 acoustic lens

ในปี 2003 Bang & Olufsen ได้ทำข้อตกลงกับ Audi

เพื่อจัดหาระบบเสียงขั้นสูงที่ใช้ในรถยนต์ และในปี 2005 ระบบเสียงที่ใช้ต้นแบบจาก Beolab 5 พร้อมแอมพลิฟายเออร์ 1000W ก็มีให้ใช้งานกับ Audi A8 รุ่นเรือธงของ Audi ลักษณะเฉพาะของระบบเสียงนี้คือทวีตเตอร์แบบใช้มอเตอร์ซึ่งโผล่ออกมาจากแผงหน้าปัดเมื่อเปิดใช้งาน ต่อมา Audi ได้ขยายระบบเสียงขั้นสูงที่เป็นอุปกรณ์เสริมไปยังรุ่น A4, A5, A6, A7, A8, Q5, Q7, TT และ R8 B&O ยังจัดหาระบบเสียงสำหรับรถยนต์ระดับพรีเมียมระดับไฮเอนด์เช่น Aston Martin, DBS, Rapide, BMW 5 Series, BMW 5

 

Bang & Olufsen มีความโดดเด่นในการออกแบบที่ Wired Magazine อธิบายว่าเป็น

“เสียงที่มีคุณภาพส่งผ่านวัตถุที่โดดเด่น”

โดย Bang & Olufsen ได้คิดค้นระบบเสียงคุณภาพสูงที่ข้ามข้อจำกัดทางเทคโนโลยี

 
ลำโพง B&O Audi
B&O Jacob Jensen เครื่องเล่นแผ่นไวนิล
B&O David Lewis เครื่องเล่นแผ่นซีดี CD

ในปี 1960 Bang & Olufsen ก้าวขึ้นสู่ระดับโลกโดยมีนักออกแบบชื่อดังอย่าง Henning Moldenhawer และ Jacob Jensen ซึ่งออกแบบให้ Bang & Olufsen ตั้งแต่ปี 1965 – 1985 ถึง 234 รายการ และยังมี David Lewis ซึ่งมีส่วนร่วมกับ Bang & Olufsen ในปี 1965 จากนั้นในปี 1978 Museum of Modern Art ในนิวยอร์กซิตี้ได้จัดนิทรรศการที่อุทิศให้กับงานออกแบบของ Bang & Olufsen โดยเฉพาะ

 
B&O ลำโพง Beolab 90

ในปี 2015 Bang & Olufsen เปิดตัวสุดยอดลำโพง Beolab 90

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของการก่อตั้ง และพิสูจน์ว่า Bang & Olufsen ไม่ได้สวยแค่ดีไซน์อย่างเดียว แต่ยังเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ผสมผสานกับงานฝีมือที่ละเมียดละไม กลายเป็นสุดยอดลำโพงที่เป็นทั้งเครื่องเสียงทรงพลังและงานศิลปะชั้นเลิศ